Wednesday, April 16, 2014

"ไก่กับไข่" ความพิเศษของครรภ์แฝด ที่มาพร้อมความเสี่ยง




มีใครเห็นด้วยกับผมบ้างมั้ยครับว่า ในละคร อย่าลืมฉัน  “แฝดไก่กับไข่” เป็นเด็กฝาแฝดที่น่ารัก น่าหยิกแก้มซะจริงๆ เห็นแล้วหมั่นเขี้ยว แพ้ทางความน่ารักและความไร้เดียงสาของเด็ก คงเป็นเพราะเหตุผลนี้มั้งครับถึงทำให้ชีวิตผมทุกวันนี้ถึงต้องกลายมาเป็นพ่อบุญธรรมให้กับเด็กๆในสังกัดของครอบครัวมีบุตรยากหลายๆครอบครัว และนับวันผมชักจะมีเด็กๆในสังกัดเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วสิครับทีเนี้ยะ!!



คงเป็นเพราะความน่ารักและดูพิเศษกว่าเด็กปกติทั่วๆไปของเด็กแฝดที่เป็นเด็กน้อยน่ารักและมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันมากกว่า 1 คน จึงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆครอบครัวที่อยากจะมีลูกแฝดและเข้ามาขอคำปรึกษาแนะนำที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า แม้ว่าการตั้งครรภ์แฝดจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าการตั้งครรภ์แฝดปกติตามธรรมชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเด็กแฝดที่ถือกำเนิดมาจากการทำเด็กหลอดแก้วนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็น “แฝดเทียม” คือ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน อาจดูคล้ายกัน เพศอาจจะเหมือนหรือต่างกันเลยก็เป็นได้ แต่ที่สำคัญคือ มี DNA ที่แตกต่างกัน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเป็น “แฝดแท้” หรือแฝดเหมือน คือ มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน เพศเดียวกัน และมี DNA เหมือนกันทุกอย่าง ซึ่งสาเหตุเกิดจากอะไรนั้น จะขออธิบายต่อไปครับ

Friday, April 11, 2014

Q&A กับ Dr.เช้าตรู่: ก่อนมีประจำเดือนมักมีเลือดสีน้ำตาลๆออกมาก่อน1-2 วัน ผิดปกติหรือเปล่า



Q: คุณหมอคะ ช่วงก่อนมีประจำเดือนมักมีเลือดสีน้ำตาลๆออกมาก่อน1-2 วัน ถือว่าผิดปกติมั้ยคะ แล้วถ้าจะนับวันแรกของประจำเดือนควรนับวันไหนดีคะ

A: เลือดประจำเดือนที่ไหลออกมาภายนอกให้คุณสาวๆเห็นนั้น แท้ที่จิงแล้วก็คือ เยื่อบุผนังโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นมาตามอิทธิพลของฮอร์โมนเพศหญิงในแต่ละรอบประจำเดือน เพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกกรณีที่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น แต่หากรอบเดือนนั้นไม่มีการปฏิสนธิ เยื่อบุผนังโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือนสีแดงช้ำๆให้เร็วเห็น ปริมาณอาจมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับความหนาของเยื่อบุผนังโพรงมดลูกคับ ยิ่งหนามากเลือดประจำเดือนก็อาจจะออกมากตามไปด้วยคับ

ในกรณีที่สาวๆบางท่านมีเลือดสีน้ำตาลคล้ำๆ นำมาก่อนการเปนประจำเดือน เป็นผลจาก การหลุดลอกตัวเกิดขึ้นบางส่วน ยังไม่เกิดการหลุดลอกตัวสมบูรณ์ทั้งโพรงมดลูก จึงทำให้เลือดที่ออกปริมาณไม่มาก เมื่อเจอสภาพความเปนกรดในช่องคลอดคุณผู้หญิง สีจึงเปลี่ยนจากแดงๆเป็นน้ำตาลๆคับ
ถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้คับ
แต่การจะเริ่มนับวันที่1 ของรอบประจำเดือน แนะนำว่าควรเป็นวันที่เยื่อบุผนังโพรงมดลูกส่วนใหญ่ลอกตัวพร้อมกันคับ นั่นก็คือวันที่เลือดประจำเดือนเป็นสีแดงช้ำๆปริมาณมากนั่นเองคับ

กรณีที่มีเลือดสีน้ำตาลคล้ำๆตามหลังการมีประจำเดือนก็เช่นกัน เป็นผลจากเลือดประจำเดือนที่ออกมายังออกมาไม่หมดเหลืออยู่เล็กน้อย จึงทะยอยออกมา เมื่อเจอสภาพความเป็นกรดในช่องคลอดสีก็เลยเปลี่ยนไปนั่นเองคับ

Monday, April 7, 2014

Q&A กับ Dr.เช้าตรู่: หลังฉีดยาคุมประจำเดือนไม่มา บางเดือนมากะปริบกะปรอย



Q : เมื่อก่อนเคยฉีดยาคุมคะ ประมาณสองสามครั้งได้ แต่ในช่วงระหว่างที่ฉีดไม่เคยมีประจำเดือนมาเลยแม้แต่นิดแล้วก็หยุดฉีดไปหลายปี เพิ่งจะมาฉีดใหม่เมื่อเดือนก่อน เดือนแรกหลังฉีดไม่ประจำเดือนมา แต่เดือนนี้ตอนนี้มีประจำเดือนมา มาแบบกะปริดกะปรอยหนึ่งวันประมาณหนึ่งแผ่นรองอนามัยได้ แต่มันน่ารำคาญมาก ร่างกายเราผิดปกติอะไรไหมคะแบบนี้ แล้วมีวิธีไหนบ้างไหมคะทีจะทำให้มันหยุดไหล ภายในอาทิตย์นี้ถึงอาทิตย์หน้า เพราะต้องไปต่างประเทศ เลยไม่สะดวก ขอคำแนะนำด้วยคะ

A : ยาฉีดคุมกำเนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันของประเทศไทย หรือ DMPA  เป็นยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว คือ มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตัวเดียว 1 เข็ม สามารถคุมกำเนิดได้ประมาณ 3 เดือน และต้องฉีดใหม่ทุกๆ 3 เดือน

ยาฝังคุมกำเนิด หรือ Implanon  เป็นยาคุมกำเนิดที่มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตัวเดียวเช่นกันกับยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิดจะมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาญ 2 มิลลิเมตร ยาว 3 เซนติเมตร จำนวน 1หลอด ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขน โดยที่ ยาฝังคุมกำเนิด1 หลอด ออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้นาน 3 ปี เพราะกลไกการออกฤทธิ์ของยาฝังจะค่อยๆปลดปล่อยตัวยาฮอร์โมนที่บรรจุอยู่ในหลอดยาออกมาทีละนิดๆทุกวัน

การที่มีเลือดออกกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดหรือไม่มีประจำเดือนมาเลย ถือว่าเป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของยาฉีดและฝังคุมกำเนิดครับ ซึ่งสามารถพบเหตุการณ์เช่นนี้ได้ไม่ใช่ความผิดปกติที่ร้ายแรงแต่อย่างใด สาเหตุก็เพราะผนังโพรงมดลูกแห้งและบางลงมากจนเกินไปภายหลังจากการได้รับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตัวเดียวเป็นเวลานานๆ ซึ่งถ้าอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดสีน้ำตาลบ้าง แดงบ้าง นานๆครั้งนั้นไม่ได้ทำให้รำคาญใจก็ไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรครับ เพราะเมี่อหยุดใช้ยาฉีดหรือเอายาฝังคุมกำเนิดออก ประจำเดือนก็จะกลับมาเป็นปกติภายใน 3-6 เดือน หรือบางรายนานถึง 1 ปี ก็เป็นได้ครับ

แต่ในกรณีที่มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดบ่อยๆต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆจนเกิดความรำคาญใจ แสดงว่าโพรงมดลูกอาจจะแห้งมากเกินไป เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือว่าผนังโพรงมดลูกตอนนี้คล้ายๆกับผิวหนังในฤดูหนาวที่แห้งมาก พอผิวที่แห้งแตกก็อาจมีเลือดออกซิบๆได้ ดังนั้นการแก้ไขง่าย ๆ ก็คือ ต้องสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังด้วยการทาโลชั่น แต่โลชั่นสำหรับผนังโพรงมดลูกก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือก็คือฮอร์โมนเพศหญิงนั่นเองคับ

ซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงที่หาได้ง่ายๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เช่น dian-35, yasmin , marvelon ซึ่ง 1แผง มี 21 เม็ด ทุกเม็ดมีปริมาณยาเท่ากันครับ รับประทานเม็ดไหนก่อน-หลังก็ได้คับ แต่หากรับประทานตามวันหรือลูกศรที่อยู่บนแผงยาก็จะช่วยทำให้ง่ายต่อการจดจำว่าลืมรับประทานยาหรือไม่ครับ แต่ถ้าเป็นชนิด 28 เม็ด เช่น mercilon แนะนำว่าให้ทิ้ง 7 เม็ดสุดท้ายที่มีสีหรือขนาดเม็ดยาที่ต่างจากเม็ดยา 21 เม็ดไป เพราะเป็นส่วนของเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมนแต่เป็นเพียงวิตามิน หลังจากนั้นก็สามารถใช้ยาคุมที่เหลือ 21 เม็ดที่เหลือได้เหมือนกันแล้วครับ โดยรับประทานเม็ดไหนก่อน-หลังได้เช่นเดียวกันครับ วันละ 1 เม็ด ก่อนนอน เป็นระยะเวลาสั้นๆประมาณ 10-14 วัน หรือถ้าเลือดออกเยอะอาจรับประทานทานจนหมดแผง 21 เม็ดเลยก็ได้ครับ

เพียงเท่านี้อาการเลือดออกกะปริบกะปรอยก็จะหายไป และถ้ามีอาการเช่นนี้กลับมาอีกก็รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเช่นเดิมแบบนี้เป็นระยะๆคับ ก็จะช่วยลดความรำคาญจากภาวะเลือดออกกะปริบกะปรอยจากการฉีดหรือฝังยาคุมกำเนิดไปได้วิธีหนึ่งครับ

Sunday, April 6, 2014

ฝ่าวิกฤติตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก พร้อมรับมือท้องนอกมดลูก-ท้องลม-ตัวอ่อนเสียชีวิต




คุณผู้หญิงที่วางแผนจะมีบุตร และรอคอยเวลาที่จะมีลูกตัวน้อยๆมาเติมเต็มชีวิตคู่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีธรรมชาติหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว เมื่อประจำเดือนขาดหายไปคงต้องรู้สึกตื่นเต้นและแอบลุ้นอยู่ในใจ แล้วยิ่งเมื่อทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะหรือตรวจเลือดยืนยันแล้วพบว่าท้องขึ้นมาจริงๆ แทบทุกคนต้องดีใจเป็นที่สุดอย่างแน่นอน แต่อย่าเพิ่งด่วนดีใจไปครับ เพราะนี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกของการตั้งครรภ์เท่านั้น ยังมีเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่คาดคิดอีกมากมายเกิดขึ้นได้เสมอโดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอเพื่อประเมินว่าการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนั้นปลอดภัยหรือไม่ และควรดูแลตัวเองและสังเกตอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง ซึ่งพอจะไล่เลียงถึงลำดับขั้นตอนการเฝ้าติดตามให้เข้าใจง่ายๆได้ดังนี้

ช่วงอายุครรภ์ 4-5 สัปดาห์ นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย

ภายหลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไปประมาณ 1 สัปดาห์หรือประมาณ 12-14 วัน ภายหลังจากการย้ายตัวอ่อนในกรณีทำเด็กหลอดแก้ว หากตรวจการตั้งครรภ์โดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับฮอร์โมน hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรก แล้วพบว่าฮอร์โมน hCG มีระดับที่สูงขึ้น สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณผู้หญิงมีภาวะตั้งครรภ์เกิดขึ้น โดยเราเรียกการตั้งครรภ์ระยะนี้ว่า Chemical pregnancy หรือการตั้งครรภ์ที่วินิจฉัยจากผลแล็ป ระยะนี้คุณผู้หญิงอาจมีอาการคัดตึงเต้านม บางรายเริ่มเบื่ออาหาร ส่วนอาการแพ้ท้องอาจยังไม่ชัดเจนนักเพราะระดับฮอร์โมน hCG ที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ท้องนั้นยังอยู่ในระดับที่ยังไม่สูงมากนัก การอัลตร้าซาวน์ในระยะนี้อาจยังไม่สามารถเห็นถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกได้ชัดเจนนัก ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่สามารถอัลตร้าซาวน์เห็นถุงการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นท้องนอกมดลูกได้อยู่ จึงจำเป็นต้องมีการนัดตรวจติดตามอัลตร้าซาวน์อีกครั้งประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ ระยะนี้คุณผู้หญิงควรต้องดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี พักผ่อนให้เพียงพอ งดยืน-เดินนานๆ หลีกเลี่ยงยกของหนัก การออกกำลังกายหักโหม รับประทานอาหารที่ใหม่-สด-สะอาดเพื่อป้องกันอาการท้องเสีย และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ตลอดจนเฝ้าสังเกตอาการปวดหน่วงท้องน้อย เลือดออกทางช่องคลอดหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลม ซึ่งเป็นอาการผิดปกติของภาวะแท้งบุตร หรือท้องนอกมดลูกได้ครับ

การตั้งครรภ์นอกมดลูก คือ การตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนมีการเจริญเติบโตอยู่ที่อื่นภายนอกโพรงมดลูก เช่น ที่ท่อนำไข่ ที่รังไข่  ที่เยื่อบุช่องท้อง เป็นต้นครับ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่มีกล้ามเนื่อน้อย บอบบาง ไม่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์ จึงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วตัวอ่อนจะเจริญเติบได้ไม่เกินอายุครรภ์ 3 เดือน ถุงการตั้งครรภ์ก็มักจะแตกหรือแท้ง ทำให้ตกเลือดในช่องท้องเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หญิงตั้งครรภ์ที่สงสัยว่าอาจจะมีภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก อาจมีอาการผิดปกติ ได้แก่ เลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้องน้อยรุนแรง วิงเวียนศีรษะเป็นลม ซึ่งต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจภายในและทำอัลตร้าซาวน์ ถ้าอัลตร้าซาวน์ไม่พบถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก แต่กลับพบก้อนผิดปกติหรือเห็นถุงการตั้งครรภ์ภายนอกโพรงมดลูก ก็สามารถวินิจฉัยว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก โดยปกติแล้วการตั้งครรภ์นอกมดลูกนั้นจะไม่สามารถดำเนินต่อไปจนสำเร็จคลอดออกมาเป็นทารก จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ด้วยการผ่าตัดเอาออกก่อนที่จะแตกหรือก็ต้องใช้ยาทำลายให้ฝ่อสลายหายไปเพื่อความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ครับ  (สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการตั้งครรภ์นอกมดลูก จากบทความ ” ไขปัญหา สายน้ำผึ้ง คุณหมอเช้าตรู่คะ หนูท้องนอกมดลูกจริงๆเหรอ” ได้จากบทความก่อนหน้านี้ครับ)
   


                  
                       
ภาพอัลตร้าซาวน์ทางช่องคลอด พบถุงการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก 

Thursday, April 3, 2014

Q&A กับ Dr.เช้าตรู่: แท้งบุตรแล้วไม่ขูดมดลูก จะทำให้มดลูกไม่สะอาดหรือเปล่า และเป็นสาเหตุให้ต่อไปมีลูกยากขึ้นมั้ยคะ?



Q : แท้งบุตรแล้วไม่ขูดมดลูก จะทำให้มดลูกไม่สะอาดหรือเปล่า และเป็นสาเหตุให้ต่อไปมีลูกยากขึ้นมั้ยคะ?


A : การแท้งบุตรไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือจากการที่แพทย์ชักนำให้เกิดการแท้ง เช่น ทารกในครรภ์เสียชีวิต ภาวะท้องลม ก่อนอื่นคงต้องดูก่อนว่าการแท้งนั้น ชิ้นส่วนของการตั้งครรภ์หรือถุงการตั้งครรภ์นั้นแท้งออกมาหมด ครบสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าตรวจภายในและอัลตร้าซาวน์เช็คดูแล้วว่าแท้งออกมาหมด ครบสมบูรณ์ดีก็ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูกซ้ำ เพราะการขูดมดลูกในกรณีแท้งครบสมบูรณ์ไม่ได้ช่วยให้มดลูกสะอาด หรือทำให้มีลูกครั้งต่อไปง่ายขึ้น ตามที่เราๆ เข้าใจกันแต่อย่างใด แต่กลับทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงตามมาเสียมากกว่า เช่น มดลูกติดเชื้อ มดลูกทะลุ รวมถึงอาจเป็นการทำให้เกิดบาดแผลภายในโพรงมดลูกลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ส่งผลทำให้เกิดพังผืดตามมาจนเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะไม่มีประจำเดือนเลยภายหลังจากขูดมดลูก บางรายประจำเดือนออกน้อยลงกว่าเดิมชัดเจน หรือมีปัญหาภาวะมีบุตรยากได้ในอนาคตก็เป็นได้

ดังนั้นความเชื่อที่ว่าถ้าแท้งแล้วไม่ได้ขูดมดลูก จะทำให้มดลูกไม่สะอาด ควรได้รับการทำความเข้าใจเสียใหม่ และเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รับทราบเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นคับ

สรุปว่าถ้าเกิดการแท้งเองตามธรรมชาติหรือมีความจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บให้แท้งออกมาตามคำแนะนำของแพทย์ ถ้าหากเป็นการแท้งออกมาหมดครบสมบูรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูกครับ คือจะพยายามหลีกเลี่ยงการขูดมดลูกโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนไข้ยังมีความต้องการที่จะมีบุตร แพทย์ที่ดูแลจะให้ความสำคัญกับประเด็นการขูดมดลูกมาก ถ้าเลี่ยงได้หรือไม่มีความจำเป็นก็จะไม่ขูดเลยครับ

แต่หากจำเป็นต้องขูดมดลูกขึ้นมาจริงๆ เช่น แท้งออกมาไม่ครบ ก็อย่าได้วิตกกังวลมากจนเกินไปเพราะด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น จึงมีการผลิตเครื่องมือขูดมดลูกแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดพลาสติกเล็กๆหลากหลายขนาดต่อเข้ากับกระบอกสุญญากาศ เพื่อเป็นการทดแทนการขูดมดลูกโดยใช้เหล็กแหลม ที่ใช้กันมาในอดีต เรียกเครื่องมือขูดมดลูกชนิดใหม่นี้ว่า เครื่องดูดมดลูกมือถือ ซึ่งสามารถหาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง"เครื่องดูดมดลูกมือถือ" โฉมใหม่ขูดมดลูก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

Wednesday, April 2, 2014

ไขปัญหา "สายน้ำผึ้ง" หมอเช้าตรู่คะหนูท้องนอกมดลูกจริงๆเหรอ ?



ช่วงนี้งานยุ่งมากครับ ทำให้พลาดชมละคร สามีตีตรา ไปหลายตอนแล้ว เลยต้องมาตามเก็บตกดูละครย้อนหลังกันจนดึกจนดื่น ยิ่งละครจะอวสานในคืนนี้ด้วยแล้ว ทำเอาผมขอบตาดำไปทำงานแทบทุกวันเลยก็ว่าได้ครับ แต่ประเด็นมันคืออย่างนี้คับ มีแฟนเพจถามคำถามเข้ามาครับว่า “เห็นฉากหนึ่งในละครที่คุณหมอบอกสายน้ำผึ้งว่าเธออาจจะท้องนอกมดลูกเพราะตรวจพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนน้อยผิดปกติ จึงสงสัยว่าท้องนอกมดลูกนี้มันคืออะไร” งานเข้าล่ะสิครับทีนี้ นอกจากจะตามดูย้อนหลังไม่ทันแฟนเพจแล้วยังตกข่าวอีกครับว่าสายน้ำผึ้งตั้งท้องรอบใหม่แล้ว ทำเอาผมกันเงิบไปเลย!! รีบกลับไปดูละครย้อนหลังแทบไม่ทันแต่เมื่อดูจบก็พอจะเข้าใจประเด็นคำอธิบายของคุณหมอในละครที่สงสัยว่า สายน้ำผึ้ง เธออาจจะท้องนอกมดลูก แล้วล่ะครับ 

Tuesday, April 1, 2014

Q&A กับ Dr.เช้าตรู่: แท้งบุตรแล้วไม่ขูดมดลูก จะทำให้มดลูกไม่สะอาดหรือเปล่า และเป็นสาเหตุให้ต่อไปมีลูกยากขึ้นมั้ยคะ?



Q : แท้งบุตรแล้วไม่ขูดมดลูก จะทำให้มดลูกไม่สะอาดหรือเปล่า และเป็นสาเหตุให้ต่อไปมีลูกยากขึ้นมั้ยคะ?

A : การแท้งบุตรไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือจากการที่แพทย์ชักนำให้เกิดการแท้ง เช่น ทารกในครรภ์เสียชีวิต ภาวะท้องลม ก่อนอื่นคงต้องดูก่อนว่าการแท้งนั้น ชิ้นส่วนของการตั้งครรภ์หรือถุงการตั้งครรภ์นั้นแท้งออกมาหมด ครบสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าตรวจภายในและอัลตร้าซาวน์เช็คดูแล้วว่าแท้งออกมาหมด ครบสมบูรณ์ดีก็ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูกซ้ำ เพราะการขูดมดลูกในกรณีแท้งครบสมบูรณ์ไม่ได้ช่วยให้มดลูกสะอาด หรือทำให้มีลูกครั้งต่อไปง่ายขึ้น ตามที่เราๆ เข้าใจกันแต่อย่างใด แต่กลับทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงตามมาเสียมากกว่า เช่น มดลูกติดเชื้อ มดลูกทะลุ รวมถึงอาจเป็นการทำให้เกิดบาดแผลภายในโพรงมดลูกลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ส่งผลทำให้เกิดพังผืดตามมาจนเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะไม่มีประจำเดือนเลยภายหลังจากขูดมดลูก บางรายประจำเดือนออกน้อยลงกว่าเดิมชัดเจน หรือมีปัญหาภาวะมีบุตรยากได้ในอนาคตก็เป็นได้